3.3.4 ชมรมแม่บ้าน

ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2519 เพื่อโจมตีขบวนนักศึกษาที่เคลื่อนไหวต่อต้านฐานทัพอเมริกาโดยตรง โดยมีทมยันตี หรือนางวิมล ศิริไพบูลย์ (เจียมเจริญ) เป็นแกนสำคัญ และรวมเอาภรรยาข้าราชการ ภรรยานายพล รวมทั้งแม่บ้านจำนวนมากเข้าเป็นสมาชิก บทบาทที่เด่นชัดของชมรมแม่บ้านคือ การปกป้องและแก้ต่างแทนสหรัฐอเมริกา และโจมตีขบวนการนักศึกษาว่าเป็นผู้บ่อนทำลายมิตรประเทศ ในวันที่ 19 มีนาคม 2519 ชมรมแม่บ้านได้จัดอภิปรายที่โรงพยาบาลสงฆ์ โดยเชิญนายสมัคร สุนทรเวช ไปกล่าวโจมตีขบวนการนักศึกษา ซึ่งได้นำไปออกอากาศที่สถานีวิทยุยานเกราะ ต่อมาในวันที่ 17 พฤษภาคม 2519 ชมรมแม่บ้านก็จัดการชุมนุมคัดค้านนักศึกษาที่สนามไชย ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้ได้รับการโหมประโคมอย่างมากทางวิทยุและสื่อมวลชนอื่นๆ เพื่อชักชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุม ชมรมแม่บ้านได้ตั้งข้อเสนอเรียกร้องให้คงเรดาร์ของอเมริกาไว้ในประเทศไทยต่อไป แทนที่จะเห็นว่าการตั้งเรดาร์ของสหรัฐเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศ และรุกรานเพื่อนบ้าน ชมรมแม่บ้านชี้แจงว่า

เรดาร์เปรียบเหมือนหูทิพย์ตาทิพย์ ที่จะคอยสอดส่องหาข่าวความเคลื่อนไหวของศัตรู พวกคอมมิวนิสต์จึงไม่ปรารถนาให้มีเรดาร์อยู่ เพราะเท่ากับจะเป็นอุปสรรคขัดขวางในความพยายามที่พวกมันจะจู่โจมเข้ายึดครองประเทศไทย มันจึงวางกลอุบาย และดำเนินการจนกระทั่งรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หลงกลและขับไล่ทหารอเมริกัน และให้รื้อถอนเรดาร์ไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีบุคคลหรือกลุ่มการเมืองอื่นๆ ที่มีบทบาทในการทำลายขบวนการนักศึกษาเช่น นายสมัคร สุนทรเวช นายสมบุญ ศิริธร นายส่งสุข ภัคเกษม ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มปีกขวาของพรรคประชาธิปัตย์ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นักกฎหมายประจำ กอ.รมน.และผู้เชี่ยวชาญในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ นายดุสิต ศิริวรรณ โฆษกรายการโทรทัศน์ “สนทนาประชาธิปไตย” ซึ่งมีทัศนะขวาจัดคับแคบ นอกจากนี้คือ พ.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร และนายสมชัย รักวิจิตร ผู้เขียนหนังสือต่อต้านคอมมิวนิสต์ให้ กอ.รมน. เป็นต้น บุคคลเหล่านี้หลายคน ต่อมาได้มีบทบาทสำคัญในรัฐบาลคณะปฏิรูป

บุคคลและองค์กรเหล่านี้ก่อรูปขึ้นเป็นพลังฝ่ายขวา และเป็นหัวหอกโดยตรงที่ต่อสู้กับพลังนักศึกษาด้วยวิธีการต่างๆ และเป็นพลังเปิดเผยที่ทำลายขบวนนักศึกษา มีการเคลื่อนไหวที่ต่อต้านขบวนการนักศึกษา ดังตัวอย่างเช่น

ในระยะเดือนกรกฎาคม 2519 ซึ่งเป็นกำหนดเส้นตายที่รัฐบาลกำหนดให้สหรัฐถอนทหารออกจากประเทศไทย และเป็นที่คาดหมายว่า ฝ่ายขบวนการนักศึกษาจะเคลื่อนไหวต่อต้านอเมริกาครั้งใหญ่ ตั้งแต่ต้นเดือนหนังสือพิมพ์ ดาวสยาม ได้ประโคมข่าวเรื่อง แผน 3 ขั้นตอนของฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่จะยึดกรุงเทพฯ จากนั้น ชมรมวิทยุเสรีก็รับเอาเรื่องนี้ไปประโคมในหมู่ประชาชน เพื่อให้เกิดความหวาดวิตกว่าคอมมิวนิสต์จะยึดเมือง และถือโอกาสโจมตีฝ่ายนักศึกษาว่าเป็นเครื่องมือของคอมมิวนิสต์ ในสัปดาห์ต่อมา พ.ท.อุทาร สนิทวงศ์ฯ ก็ออกวิทยุยานเกราะกล่าวหาว่า ศูนย์นิสิตจะส่งกำลังบุกสถานีวิทยุของตน และเรียกร้องให้มีการชุมนุมประชาชนเพื่อต่อต้านศูนย์นิสิต และต่อมา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม องค์กรฝ่ายขวาหลายกลุ่มก็ร่วมกันจัดงานมหกรรมต่อต้านคอมมิวนิสต์และศูนย์นิสิต ที่บริเวณถนนราชดำเนินจนถึงสนามหลวง ในงานนี้มีการปราศรัยโจมตีศูนย์นิสิตอย่างหยาบคาย และเรียกร้องให้รัฐบาลยึดตึก กตป. คืนจากศูนย์นิสิต และมีการจัดนิทรรศการบรรพบุรุษของเรา ที่หน้าตึก กตป.เพื่อเสนอข้อมูลว่า ฝ่ายนิสิตนักศึกษากระทำในสิ่งที่ขัดกับเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษอย่างไร และในวันที่ 18 กรกฎาคม ที่วังสราญรมย์ มีหน่วยลูกเสือชาวบ้านจากทุกเขตในกรุงเทพฯ และจากจังหวัดใกล้เคียงมาตั้งค่าย จากนั้นในวันรุ่งขึ้น ลูกเสือชาวบ้านเหล่านี้ก็เคลื่อนย้ายไปยังพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในข้ออ้างว่า เพื่อถวายความอารักขาแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะเกรงว่าจะมีพวกหนักแผ่นดินมาบุก ท้ายที่สุดจึงไปตั้งกำลังร้องรำทำเพลงอยู่ที่บริเวณสวนสัตว์เขาดิน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ขบวนการเหล่านี้พยายามสร้างเรื่องให้เกินเลยเพื่อทำให้เหตุการณ์ดูสับสนวุ่นวาย และบานปลายไปจากประเด็นการเคลื่อนไหวต่อต้านอเมริกาของฝ่ายนักศึกษาอย่างมาก