Documentation of Oct 6

อัจฉริยะ ศรีสวาท

อัจฉริยะ ศรีสวาท หรือ ไข่ เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวชาวสวนจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพี่สาวหนึ่งคนและน้องสาวสามคน ขณะเสียชีวิตอายุ 23 ปี เรียนอยู่ชั้นปี 3 ของวิทยาลัยกรุงเทพฯ (ต่อมาคือมหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ) อัจฉริยะเข้าร่วมชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2519 ตำรวจพบร่างของเขาที่ท่าน้ำบริเวณหน้าสถานีตำรวจคลองสานในวันที่ 7 ตุลาคม 2519 เขาเสียชีวิตจากการจมน้ำ

ผู้เล่า โกศล ศฤงคาร ลุงของอัจฉริยะ

 

ลุงโกศลเล่าว่า “อัจฉริยะเป็นความหวังสูงสุดของครอบครัวที่มีลูกชายคนเดียว” เขาเรียนจบทางปริยัติธรรมจากนครศรีธรรมราช  แล้วมาอาศัยอยู่กับลุงโกศลเพื่อเข้าเรียนที่วิทยาลัยกรุงเทพ

“อัจฉิรยะเป็นคนตั้งใจเรียน หัวดี เรียนเก่ง ไม่เหลวไหล เขาเป็นคนนิสัยดีมาก เพื่อนบ้านญาติพี่น้องก็มีความคุ้นเคยกับเขาดี เป็นคนรักพี่รักน้อง       เขาเป็นคนมีญาติเยอะ มีมิตรเยอะ พ่อแม่เขาเป็นคนกว้างขวาง ตัวเขาเองก็มีเพื่อนฝูงเยอะ ก็จำอัจฉริยะเรื่องบุคลิกที่พูดตรงไปตรงมา  ไม่เหลวไหล แล้วทำอะไรทำจริง”

อัจฉริยะสนใจการเมืองและร่วมทำกิจกรรมนักศึกษาอย่างขันแข็งจนลุงโกศลกังวลว่ากระทบการเรียน จนต้องขอให้พ่อแม่ของอัจฉริยะขึ้นมากรุงเทพฯ เพื่อขอให้อัจฉริยะหยุดทำกิจกรรมการเมืองก่อน มิฉะนั้น จะไม่ให้เขาอาศัยอยู่ อัจฉริยะจึงสัญญาว่าจะยอมหยุดทำกิจกรรมการเมืองและจะพยายามรีบเรียนให้จบก่อน แต่เขาก็ยังเข้าร่วมชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ในวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ทำให้ในวันที่ 6 ตุลาคม อัจฉริยะผิดนัดกับน้องสาว ซึ่งเขานัดว่าจะไปส่งน้องสาวที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งเขาไม่เคยผิดนัดมาก่อน แต่ทางบ้านรู้สาเหตุที่ทำให้เขาผิดนัดในเวลาต่อมา “ที่เขาผิดนัดนั้น เขาตายแล้ว เขาต้องตายคืนหนึ่งแล้ว เขาลอยน้ำมาคืนหนึ่งแล้ว อย่างอัจฉริยะนี่รู้อยู่ว่าเขาว่ายน้ำไม่เป็น”

วันที่ 7 ตุลาคม ตำรวจจากสถานีตำรวจคลองสานโทรมาแจ้งให้ทราบว่าเจอนามบัตรของลุงโกศลในตัวอัจฉริยะ   ในขณะนั้นน้องสาวของอัจฉริยะกับป้าเดินทางไปตรัง ไปสมทบกับพ่อแม่ของอัจฉริยะที่นครศรีธรรมราชเพื่อไปงานแต่งงานของญาติที่จังหวัดตรัง  ลุงโกศลได้ปรึกษากับเพื่อนบ้านว่าจะแจ้งข่าวให้ครอบครัวอัจฉริยะทราบได้อย่างไร เพื่อนบ้านซึ่งเคยเป็นนายด่านรถไฟ ได้แนะนำให้โทรไปหานายสถานีรถไฟที่ชุมพร  นายสถานีจึงขึ้นไปหาบนรถไฟ แล้วแจ้งให้ป้าและน้องสาวอัจฉริยะทราบ เมื่อทั้งสองเจอกับพ่อแม่ของอัจริยะ น้องสาวได้กระซิบบอกให้พ่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯในทันที ส่วนแม่ของเขาลากขึ้นรถไฟไปงานแต่งงานที่จังหวัดตรัง ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

“พอมาถึงกรุงเทพ แม่เขามาถึงก็ล้มเลย จะประคองอย่างไรให้เขาฟื้น คนที่น่าห่วงที่สุดคือแม่เขา เป็นคนสูงอายุ เป็นคนอ่อนไหวอยู่แล้ว ก็เป็นลูกชายคนเดียว ลุงก็เสียใจ แต่ว่าหน้าที่ของเรามีอะไรบ้างก็ต้องทำให้จบ ก็จัดการเรื่องศพ เรื่องใครไปใครมา”

ถ้าอัจฉริยะยังมีชีวิตอยู่ “เขาจะต้องไปทางด้านการเมือง เพราะว่าเวลาทำอะไรเขาเป็นคนทำจริง และถ้าไม่ประสบความสำเร็จ เขาจะไม่ค่อยยอม ในฐานะเป็นเด็กมาอยู่ในปกครอง เราก็มองว่า เขาเป็นคนที่ควรจะก้าวหน้าตามนิสัยเขา เขาคงมีอะไรสักอย่าง เพราะเขาเป็นคนทำอะไรทำจริง ไม่เหลวไหล” ลุงโกศลกล่าว

สถานที่สัมภาษณ์ บ้านพักของโกศล ศฤงคาร

วันที่สัมภาษณ์ 17 สิงหาคม 2559